วิธีการปลูกดอกเบญจมาศ


 
 
 
วิธีการปลูกดอกเบญจมาศ

  1. ขั้นตอนการปลูก
  2. การเตรียมดิน

ขึ้นแปลง

 

 

 

 

ภาพที่ 1 แปลงปลูกเบญจมาศหลังจากไถพาน 7 และขึ้นแปลงปลูกโดยโรยแกลบคลุมดินไว้แล้ว

    ปุ๋ยและวัสดุรองพื้นปรุงดิน ใส่ตอนเตรียมดิน

    แกลบดิบ                                                

    10 ถุงปุ๋ย/โครง

    ขี้หมู

    8 กิโลกรัม/โครง

    โดโลไมท์                                               

    8-10 กิโลกรัม/โครง หรือปุ๋ยกระดูก 1-2 กิโลกรัม/โครง

    หินฝุ่น                                     

    1 กิโลกรัม/โครง

    ปุ๋ย 0-46-0                                

    2 กิโลกรัม/โครง

    ปุ๋ย 15-15-15                            

    1-2 กิโลกรัม/โครง

    สัปดาห์ที่ 1 ใส่ปุ๋ย 46-0-0           

    2   กิโลกรัม/โครง

    10 วันถัดมา (ประมาณ 17 วันหลังปลูก)            

    ใส่ปุ๋ยสูตร 15-0-0  2 กิโลกรัม/โครง

    หลักการเตรียมดินปลูกเบญจมาศควรปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างด้วยการใส่โดโลไมท์ ให้ดินมีระดับกรดด่างที่ 6.5 และตากดินฆ่าเชื้อโรคในดิน มูลสัตว์ที่ใช้ไม่ใช้ขี้วัว เพราะมีเมล็ดพืชปะปนมาและขี้ไก่จะทำให้เกิดเชื้อราในดินมาก

    • ระยะปลูก
    • การปลูกแบบไม่เด็ดยอดหรือแบบต้นเดี่ยว จะใช้ระยะปลูกที่ถี่กว่าการปลูกแบบเด็ดยอด จึงต้องมีการลงทุนยอดพันธุ์สูงกว่า เพราะใช้ยอดพันธุ์มากกว่า แต่การปลูกแบบนี้จะมีช่วงเวลาการเติบโตสั้นกว่าและคุณภาพดอกจะดีกว่าอีกด้วย ปัจจุบันเกษตรกรนิยมปลูกด้วยวิธีนี้ จะใช้ระยะปลูก 12.5 x 12.5 เซนติเมตร 1 ต้นต่อ 1 ช่องตาข่าย มีจำนวนต้น 2,560 ต้น/โครง อัตรารอด 98 % จะได้จำนวนต้นที่ให้ดอกโครงละประมาณ 2,508 ต้น/โครง
    • การปลูกแบบเด็ดยอด เกษตรจะเด็ดยอดต้นอ่อน ก่อนปลูกหรือหลังจากต้นกล้าตั้งตัวได้แล้ว เมื่อมียอดใหม่เกิดขึ้น แต่งให้เหลือ 3 ยอดต่อต้น ทำให้ประหยัดยอดพันธุ์ ซึ่งมีราคาแพงและขาดแคลน วิธีนี้ใช้ระยะปลูก 25X25 เซนติเมตร คือปลูกลงในช่องตาข่ายช่องเว้นช่องนั่นเอง
    • การให้น้ำ  น้ำที่ใช้รดเบญจมาศมาจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ โดยจะทำการรดทุกวันเพื่อให้ดินชุ่มแต่ไม่แฉะ ระยะปลูกใหม่ 7 วันแรก รดน้ำวันละ 2 ครั้ง ต่อไปรดน้ำวันละ 1 ครั้ง การรดน้ำจะรดช่วงเช้ามืด ถึง 14.00-15.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ใบเปียกในช่วงกลางคืน เป็นการป้องกันการระบาดของโรคเชื้อรา โดยจะใช้แรงงานคน ดึงสายยางติดฝักบัวเดินรดตามแปลง (ภาพที่ 2)

      ภาพที่ 2 การรดน้ำต้นเบญจมาศ โดยรดในตอนเช้าถึง 14.00 น. รดตรงส่วนล่างของต้นเพื่อไม่ให้ใบเปียกชื้น

      การกำจัดวัชพืช

    ในการปลูกเบญจมาศของอำเภอวังน้ำเขียว ไม่นิยมใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชใดๆ เลย จะจัดการถอนหญ้าด้วยมือ 2 ครั้ง ต้นเบญจมาศก็โตชิดกัน วัชพืชไม่สามารถขึ้นได้อีกต่อไป

    ภาพที่ 3 การถอนหญ้าในแปลงเบญจมาศ โดยใช้มือ

  1. การริดใบล่าง

เริ่มริดใบล่างของต้นเบญจมาศทิ้งด้วยมือ  เมื่อเบญจมาศมีความสูงได้ 30-35ซม. โดยริดทิ้ง 5-6 ใบหรือริดออกสูงจากพื้นดิน 1 คืบ (ภาพที่ 19) จะทำให้โคนต้นโปร่งโล่ง ระบายความชื้นได้ดี จะไม่ทำให้เกิดโรคง่าย หลังจากริดใบแล้วฉีดพ่นปุ๋ยสูตร 13-0-46 ทันทีที่ใบ ในทางปฏิบัติระยะที่เหมาะสมในการริดใบจะเป็นระยะหลังปิดไฟแล้ว หรือ 30 วันหลังปลูก หรืออาจปฏิบัติในสัปดาห์ที่ 6-7 พร้อมแต่งดอกก็ได้

    ภาพที่ 4 การริดใบล่าง สูงประมาณ 20 เซนติเมตร จากพื้นดิน ประมาณ 42 วันหลังปลูก

    • การแต่งฟอร์มดอก

    1. ชนิดดอกเดี่ยว ต้องการดอกที่ปลายช่อเป็นดอกใหญ่เพียงดอกเดียว จึงจำเป็นต้องปลิดดอกข้างออกด้วยมือ เหลือไว้แต่ดอกที่ปลายช่อ ทำการปลิดดอกข้างออกให้หมด เมื่อเห็นเม็ดดอกชัดเจน (ขนาดเท่าหัวไม้ขีด) ต้องทำการปลิดดอกข้าง 2 ครั้ง จึงจะหมด โดยการปลิดดอกข้างครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก   2 สัปดาห์ ในขณะที่แต่งดอกจะปลิดแขนงข้างออกด้วย (ภาพที่ 5)

                                                                            a                                         b                                           c

    ภาพที่ 5 การปลิดดอกข้างออกของดอกเบญจมาศชนิดดอกเดี่ยว (single type) ในระยะ
    a: ก่อนปลิด,  b : ปลิดดอกข้างแล้ว,  c : ระยะดอกบาน
    2. ชนิดดอกช่อ เบญจมาศชนิดดอกช่อ จะมีดอกย่อยเล็กๆ ที่ปลายช่อมากมาย แต่ต้องการให้มีดอกขนาดเล็ก จำนวน 5-12 ดอกเท่านั้น แล้วแต่สายพันธุ์ อยู่ในตำแหน่งที่สวยงามได้จังหวะ เมื่อตุ่มดอกปลายช่อมีขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟ ใช้มือจะปลิดดอกยอดและดอกที่ไม่ต้องการ ในเวลาเดียวกันจะริดแขนงข้างออกด้วย ซึ่งจะเป็นระยะเวลาประมาณ 15 วันหลังหยุดไฟ (ภาพที่ 6)

          a                                         b                                           c

    ภาพที่ 6 ภาพการปลิดแต่งดอกช่อให้เหลือ 5-12 ดอกต่อช่อในเบญจมาศชนิดดอกช่อ (spray type)
    a และ b : ระยะหลังแต่งดอกแล้วก่อนดอกบาน   c : ระยะดอกช่อที่บานแล้ว

    • การเก็บเกี่ยว

    การเก็บเกี่ยวจะต้องตัดทั้งช่อ โดยใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ ตัดที่โคนต้นให้ได้ก้านดอกยาวที่สุด (80- 100 ซม.) และตัดในช่วงตอนเย็น เพื่อไม่ให้เบญจมาศเหี่ยวง่าย (ภาพที่ 7)  เบญจมาศแบบดอกเดี่ยวจะเก็บเกี่ยวเมื่อดอกบานใกล้จะเต็มที่ คือ บาน 70-80 %  ซึ่งจะสังเกตได้ว่าเกสรตัวผู้และกลีบดอกชั้นในจะบานเต็มที่   สำหรับเบญจมาศแบบดอกช่อจะเก็บเกี่ยวได้เมื่อจำนวนดอกในช่อบาน 70 % (ภาพที่ 8)

    เมื่อตัดดอกแล้ว แต่งดอกที่เก้งก้างไม่ได้ตำแหน่งออก ริดใบส่วนล่างออกบ้าง และทำการห่อช่อดอกด้วยกระดาษ ห่อละ 1 กก. ทำช่อดอก ตัดปลายก้านดอกให้เท่ากัน โดยให้ก้านยาว 70-75 ซม. แล้วนำช่อดอกปักลงในถังน้ำทันที เพื่อป้องกันอากาศอุดตันท่อลำเลียงน้ำ ซึ่งจะทำให้ดอกเบญจมาศเหี่ยวได้ง่าย


    เบญจมาศ121

    ภาพที่ 7 การใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ตัดโคนต้นเบญจมาศ เพื่อเก็บเกี่ยวในตอนเย็น

    ภาพที่ 8 ดอกเบญจมาศในระยะเก็บเกี่ยว
    a : ระยะเก็บเกี่ยวเบญจมาศดอกเดี่ยวที่บาน 70-80%
    b : ระยะเก็บเกี่ยวเบญจมาศดอกช่อที่ดอก 70% ในช่อบาน